ข่าวฟุตบอลวันนี้

How to ไปดูบอลที่อังกฤษแบบเซฟๆ และได้เงินคืนแบบคุ้มๆ จาก ShopBack

ผมเชื่อว่าแฟนบอลอังกฤษทุกคนคงอยากมีโอกาสได้ไปนั่งเชียร์บอลสดๆ ในสนามด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต ไปซึมซับบรรยากาศ ฟังเสียงเชียร์ และอาจจะได้เจอนักเตะในดวงใจแบบตัวจริงเสียงจริง และถ้าไปแบบประหยัด ได้โปรโมชั่น ส่วนลด หรือแคชแบ็กให้เยอะๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะมาล้มละลายตอนกลับไทยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีการเตรียมตัวไปดูบอลที่อังกฤษแบบละเอียด อธิบายเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมด รวมถึงแนะนำวิธีไปเที่ยวแบบเซฟเงินสำหรับแฟนบอลโดยการใช้ส่วนลดจาก OTA ต่างๆ ที่เค้ามีแจกกันอยู่เรื่อยๆ รวมถึงวิธีไปเที่ยวให้คุ้มค่ากว่าเดิมโดยการใช้ ShopBack (ช้อปแบ็ค) ด้วยครับ

1. มีเงินเท่าไหร่ เป็นคำถามสำคัญมาก อยากไปน่ะอยากกันทุกคน แต่จะได้ไปจริงมั้ยก็ขึ้นอยู่กับข้อนี้แหละครับ คำถามที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อยๆ ตามเว็บบอร์ดคือ ไปดูบอลที่อังกฤษต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อยเท่าไหร่ ซึ่งคำตอบของคำถามนี้จริงๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยนะครับ แต่ถ้าถามผม ผมคิดว่าถ้าอยากไปดูบอลที่อังกฤษคุณควรเตรียมเงินไว้ซัก 120,000 บาท ซึ่งผมมองว่าเป็นจำนวนเงินที่กำลังพอดี เที่ยวสนุก ไม่ตึงมือเกินไป

ตัวเลข 120,000 นี้มาจากไหน (สมมุติว่าทริปยาว 7 วัน) 

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ประมาณ 50,000 บาท 
อันนี้คือตีเป็นเลขกลมๆ สำหรับเที่ยวบินตรงจากไทย แต่คุณสามารถหาตั๋วไป - กลับราคาถูกกว่านี้ได้ครับ จะหาพวก ส่วนลดและโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินของ Expedia หรือจะจองตั๋วแบบใช้ทริคหน่อยก็ได้ จังหวะดีๆ อาจจะได้ตั๋วไป - กลับประมาณ 20,000 ต้นๆ 

2. ค่าที่พัก ประมาณ 18,000 บาท
อันนี้ก็ตีเป็นเลขกลมๆ อีกเหมือนกัน โรงแรมระดับกลางๆ เรทจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 4,000 บาทต่อคืน ตีว่าเราต้องนอนโรงแรม 5 วัน ก็จะได้ตัวเลขนี้มาครับ แต่คุณสามารถหาที่ราคาถูกๆ ได้เช่นกัน จะนอนโฮสเทลคืนละ 800 ยังได้เลยครับ 

3. ค่าตั๋วเข้าสนาม ประมาณ 5,000 - 6,000 บาท (รวมค่าสมัครสมาชิกสโมสรด้วยนะครับ) 

4. ค่าอาหาร ประมาณ 10,000 บาท
2,000 บาทต่อวันถือเป็นงบที่ไม่ถูกและแพงเกินไปในการหาอะไรกินในอังกฤษ ไปต่างประเทศทั้งทีเราคงไม่อยากกินฟาสต์ฟู้ดทุกมื้อจริงมั้ยครับ

5. ค่าเดินทาง ประมาณ 8,000 บาท
กรณีเดินทางโดยรถไฟและบัสเป็นหลัก ค่าใช้จ่าย 5 - 6 วันก็จะอยู่ประมาณนี้

6. ค่าช้อปปิ้ง และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เช่น ซื้อของที่ระลึก ฯลฯ  ประมาณ 20,000 บาท
ในฐานะแฟนบอล ไปถึงที่แล้วไม่มีหรอกครับที่จะไม่ได้ของติดมือกลับมา ได้มีเสียเงินเข้ามิวเซียมและเสียเงินซื้อของจากร้านขายของที่ระลึกของสโมสรแน่นอน 

7. ค่าวีซ่า ประมาณ 4,000 บาท
ไปอังกฤษต้องใช้วีซ่านะครับ ค่าวีซ่าจริงๆ ตกประมาณ 3,900 บาท อีก 100 นั่นผมบวกเข้าไปเผื่อเป็นค่าเดินทางไปทำวีซ่า >_< 

จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการไปดูบอลที่อังกฤษจะอยู่ที่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก และค่าตั๋วเข้าชม หนักสุดก็ค่าตั๋วเครื่องบินนี่แหละครับ เนื่องจากว่าการบินไปประเทศอังกฤษถือเป็นการบินระยะไกล ถ้าจะบินตรงก็ต้องไปกับสายการบินฟูลเซอร์วิสเท่านั้น ไม่มีสายการบินโลว์คอสให้บริการ ซึ่งตั๋วชั้น Economy สำหรับมนุษย์เงินเดือนก็ยังจัดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ดี แถมเป็นค่าใช้จ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ด้วย เรื่องของตั๋วเครื่องบินผมจะอธิบายแบบละเอียดๆ ในหัวข้อถัดไปนะครับ ถ้าคุณมองหา ส่วนลดสำหรับซื้อตั๋วเครื่องบิน อยู่ก็ไม่ควรพลาด 

นอกจากค่าตั๋วเครื่องบินก็จะมีค่าที่พักอีก หลายคนอาจจะโอเคกับการนอนโฮสเทล หรือมีบ้านเพื่อน บ้านญาติให้ไปอาศัยพักได้ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้  แต่ผมสมมุติแบบเผื่อๆ ไว้นะครับ และจริงๆ แล้วการนอนโรงแรมมันสบายกว่าแน่นอน โดยเฉพาะกรณีที่พาแฟนหรือครอบครัวไปด้วย 

2. จะไปกี่วัน คิดจะไปแล้วก็ต้องเช็คก่อนเลยว่าคุณมีเวลากี่วัน สำหรับการไปประเทศอังกฤษ ถ้ามีเวลาไม่ถึง 7 วัน ผมว่าอย่าเพิ่งไปเลยครับ เพราะคุณต้องใช้เวลาเป็นวันๆ บนเครื่องบิน กรณีบินแบบปกติ (บินตรง, บินไป transit ที่ hub ของสายการบินนั้นก่อน) คุณก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 12 - 15  ชั่วโมงไม่รวมดีเลย์แล้วครับ ถ้าใครมีเวลาไม่ถึง 7 วัน แนะนำว่ารอสะสมวันลาพักร้อนไว้เยอะๆ แล้วค่อยไปทีเดียวดีกว่า 

3. จะไปที่ไหนบ้าง ข้อนี้จะเป็นตัวกำหนดค่าเดินทางที่คุณต้องใช้ในทริปนี้ ส่วนใหญ่แฟนบอลก็มักจะอยากไปเยือนสโมสรและสนามเหย้าของทีมที่ตัวเองเชียร์ ซึ่งสนามแต่ละแห่งก็อยู่ต่างเมืองกัน หลักๆ มีดังนี้ครับ

 

 

 

แฟนผี - ไป สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อยู่ที่เมืองโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกรทเตอร์แมนเชสเตอร์

แฟนหงส์ - ไป สนามแอนฟีลด์ (Anfield) ของสโมสรลิเวอร์พูล อยู่ที่เขตแอนฟีลด์ เมืองลิเวอร์พูล]

แฟนปืน - ไป สนามเอมิเรตส์สเตเดียม (Emirates Stadium) ของสโมสรอาร์เซนอล อยู่ที่เขตแอชเบอร์ตันโกรฟ ลอนดอน

แฟนสิงห์ - ไป สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) ของสโมสรเชลซี อยู่ที่เขตฟูแลม ลอนดอน

แฟนเรือใบฟ้า - ไป เอทิฮัดสเตเดียม (Ethihad Stadium) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ อยู่ที่สปอร์ตซิตี้ ถนนโรว์สลีย์ แมนเชสเตอร์ 

 Shopback 4

ก่อนไปต้องขอวีซ่า 

เชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะมี Passport กันอยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่มี การทำพาสปอร์ตเดี๋ยวนี้ก็ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองครับ และสำนักงานหนังสือเดินทางหลายแห่งก็เปิดให้ไปทำพาสปอร์ตในวันเสาร์ด้วย (เช่น ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตย หรือศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เป็นต้น) ค่าธรรมเนียมประมาณ 1,000 บาทเท่านั้น

ขั้นตอนการขอวีซ่าไปอังกฤษก็ไม่ยากเลยครับ เราต้องยื่นขอกับตัวแทนรับทำวีซ่า ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็มี VFS Global Thailand ดูแลอยู่ ให้คุณเริ่มจากการเข้าไปกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ Visa4uk แล้วพิมพ์แบบฟอร์มที่กรอกเสร็จสมบูรณ์แล้วออกมา จากนั้นติดต่อนัดหมายยื่นขอวีซ่าผ่านเว็บไซต์ของ VFS ได้เลยครับ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3,900 บาท

สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมในการขอวีซ่าท่องเที่ยวไปสหราชอาณาจักรมีดังนี้ครับ

- หนังสือเดินทางอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า 
- สำเนาเอกสารหนังสือเดินทางที่มีรูปถ่าย วันที่ออก/วันหมดอายุ - รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว หรือ 35x45 มิลลิเมตร พื้นหลังสีขาว 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 
- ทะเบียนบ้านเล่มจริง บัตรประชาชนตัวจริง และเอกสารอื่น ๆ ฉบับจริง 
- สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบเปลี่ยนชื่อ/ใบเปลี่ยนนามสกุล 
- กรณีสมรส สามารถใช้บัญชีเงินฝากของสามีหรือภรรยามายื่นควบคู่กันได้ แต่ต้องมีทะเบียนสมรสมายืนยัน - กรณีสมรสแต่ไม่ได้จดทะเบียน ต้องมีจดหมายรับรองเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานะของทั้งสองคน พร้อมลงชื่อรับรอง แต่หากคู่สมรสไม่ได้เดินทางไปด้วย อาจต้องแนบบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านและหลักฐานการทำงานของคู่สมรสด้วย 
- สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจำ (ไม่นับรวมเงินฝากกระแสรายวัน) ย้อนหลัง 6 เดือน ถ่ายสำเนาทุกหน้า หากเล่มปัจจุบันมีอายุไม่ถึง 6 เดือนให้นำเล่มเก่ามาด้วย/Bank Guarantee ตัวจริงจากทางธนาคาร 
- สมุดบัญชีเงินฝากเล่มจริง ฝากเงินมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ปรับยอดสมุดจนถึงปัจจุบัน หรือ Bank Guarantee ตัวจริงจากทางธนาคาร 
- ใบจองตั๋วเครื่องบิน ที่ระบุวันเดินทางไปกลับชัดเจน 
- ใบจองตั๋วโรงแรม หรือหลักฐานที่พักในอังกฤษ ในกรณีที่ไปพักบ้านญาติ ต้องมีจดหมายเชิญ ระบุสถานที่พัก ชื่อ-นามสกุลของผู้เชิญ ระยะเวลาที่พำนัก พร้อมแสดงหนังสือเดินทางของผู้เชิญและหลักฐานที่อยู่อย่างชัดเจน 
- ประกันการเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ วงเงินขั้นต่ำ 1,500,000.00 บาท

หากคุณเป็นพนักงานบริษัท อย่าลืมขอ หนังสือรับรองการทำงาน ที่ระบุเงินเดือน ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน ระบุเป็นภาษาอังกฤษ กับทาง HR ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ

จองตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดจาก Expedia และรับเงินคืนจาก ShopBack

เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษนี่เป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ก่อนไปถึงเรื่องเทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินให้ได้ในราคาประหยัด ผมขอแนะนำเส้นทางการบิน กรุงเทพ - ลอนดอน และระยะเวลาโดยประมาณที่ใช้ในการเดินทาง โดยเป็น 5 กลุ่มสายการบินเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ดังนี้ครับ

1. กลุ่มบินตรง เช่น การบินไทย, British Airways, EVA Air จะใช้เวลาบิน กรุงเทพ - ลอนดอน ประมาณ11- 12 ชั่วโมง กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สะดวกที่สุดในแง่ของการไม่ต้องไป Transit ต่างประเทศ และใช้เวลาเดินทางน้อยสุด แต่ถ้าคุณจองชั้นประหยัดไป ผมอยากแนะนำว่าอย่าบินตรงเลยครับ เพราะมันเมื่อยมากกก นั่งจนเมื่อยเนื่องจากระยะทางมันไกล คุณผู้หญิงอาจจะไม่บ่นเท่าไหร่ แต่ผู้ชายขายาวๆ นี่ลำบากแน่นอนครับ แต่ถ้ามีเงินเหลือๆ จองชั้นธุรกิจขึ้นไปก็ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเลย 

2. กลุ่มสายการบินเอเชียแปซิฟิก เช่น Singapore Airlines หรือ คาเธ่ย์ฯ ปกติจะต้องบินจากกรุงเทพสู่ Hub ที่ประเทศตัวเองก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนเครื่องแล้วบินสู่ลอนดอน ใช้เวลาจาก กรุงเทพ ไป Hub ที่บ้านเค้าประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง และไปลอนดอนอีก 11 - 12 ชั่วโมง เวลาเดินทางรวมๆ จะอยู่ที่ประมาณ 14 - 15 ชั่วโมง ถ้าจองสายการบินพร้อมที่พักกับอโกด้า จะมี ส่วนลด Agoda ให้จองโรงแรมได้ในราคาพิเศษด้วยครับ เผื่อใครอยากไปเที่ยวระหว่าง Transit ที่ฮ่องกง และนอนฮ่องกงซักคืน

3. กลุ่มสายการบินตะวันออกกลาง เช่น Emirates, Etihad บินจากกรุงเทพสู่ Hub ในตะวันออกกลางที่ ใช้เวลาประมาณ 6 - 7 ชั่วโมงบินไปตะวันออกกลาง และอีก 6 - 7 ชั่วโมงบินจากตะวันออกกลางไปลอนดอน

4. กลุ่มสายการบินรัสเซียและสแกนดิเนเวีย เช่น Aeroflot Finnair กลุ่มนี้จะบินจากกรุงเทพไป Hub ที่ประเทศเค้า ใช้เวลาประมาณ 10 - 11 ชั่วโมง จากนั้นบินต่อจากประเทศเค้าไปลอนดอนอีก 2 - 3 ชั่วโมง ถ้าเน้นตั๋วถูกก็มองหาสายการบินรัสเซียไว้เลยครับ เพราะถือเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างอ้อม ใช้เวลาบินนาน เวลาลดทีก็จะได้ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ยิ่งซื้อตอนมี ส่วนลด Expedia นี่ยิ่งถูกสุดๆ 

5. กลุ่มสายการบินโซนยุโรปตะวันตก เช่น Air France, Lufthansa บินจากกรุงเทพสู่ Hub ในยุโรปตะวันตกอย่าง ปารีส, แฟรงค์เฟิร์ต ฯลฯ จากนั้นจะเปลี่ยนเครื่องแล้วบินสู่ลอนดอน จากกรุงเทพไปยุโรปตะวันตกจะใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง และบินไปลอนดอนอีกประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมงครับ
 
วิธีการจองตั๋วเครื่องบินให้คุ้มก็มีอยู่นะครับ 

1. จองกับ OTA (Online Travel Agent) แบบใช้ทริคพิเศษ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดให้ถึงขีดสุด มีวันพักร้อนเหลือเฟือ และไม่กลัวเหนื่อย ผมแนะนำวิธีการดังต่อไปนี้ครับ 

- ให้จองล่วงหน้านานๆ อย่างน้อยซัก 14 สัปดาห์ 
- เลือกสายการบินที่ไป transit หลายๆ ประเทศ หรือไม่ก็บินอ้อม (พวกสายการบินรัสเซียและสแกนดิเนเวียทั้งหลายนั่นบินอ้อมหมดครับ) จะใช้เวลาเดินทางนานหน่อย จะได้ตั๋วราคาถูกลงเยอะครับ แต่ในการจองล่วงหน้าและ Transit หลายที่ท่านก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าอาจจะโดยสายการบินเลื่อนไฟลท์ หรือเจอปัญหาเฉพาะหน้าบางอย่างแล้วต้องเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางกะทันหัน 
- อย่าบินตรง แนะนำซื้อตั๋วโลว์คอสบินไปประเทศอื่นก่อน (ฮ่องกง ญี่ปุ่น อะไรก็ว่าไป) แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินจากประเทศนั้นต่อไปอังกฤษ แต่มีข้อต้องระวังเช่นกัน ถ้าตั๋วขาใดขาหนึ่งเกิดดีเลย์หนักๆ ความซวยจะบังเกิดทันที ท่านอาจจะได้เสียเงินจ่ายค่าตั๋วขาต่อๆ ไปแบบฟรีๆ และอาจซวยกว่านั้นถ้าขอวีซ่าแล้วได้จำนวนวันมาแบบจำกัด แต่ดันโดนเลื่อนไฟลท์แบบยาวๆ จนเกินจำนวนวันที่ได้วีซ่า

2. จองในช่วงที่มีโปรโมชั่นของสายการบินนั้น ซึ่งจะยุ่งนิดหน่อยตรงที่ต้องคอยติดตามข่าวโดยตรงจากสายการบินและพวกเพจแชร์โปรโมชั่นต่างๆ ชนิดวันต่อวัน เพราะโปรและตั๋วดีๆ มักจะไปเร็วมาก ส่วนใหญ่จะได้ราคาพิเศษเฉพาะในช่วง Low Season

3. จองในช่วงที่มีเทศกาลช้อปปิ้งต่างๆ ซึ่งพวก OTA ใหญ่ๆ มักจะเข้ามาแจมด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มี Shopfest ที่จัดยาวไปถึงต้นปีหน้าที่พอจะหาตั๋วราคาพิเศษได้ครับ อย่างช่วง 9.9 Sales ที่ผ่านมา Expedia และ Booking ก็แจกดีลพิเศษกันกระหน่ำ และให้เงินคืนอีก 10% ถ้าเราจองผ่าน ShopBack ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ 

จองที่พักราคาถูกด้วยส่วนลดจาก Booking.com เว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดัง

สำหรับการไปเที่ยวประเทศโซนยุโรป ขอแนะนำในใช้ ส่วนลด Booking จองโรงแรมห้องพักเลยครับ เพราะโซนยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นโซนที่ Booking เค้าสตรองมากๆ ส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ ก็จะมีมาเรื่อยๆ ทั้งปี ล่าสุดก็มีมิดเยียร์ดีลที่ลดราคาที่พักในปลายทางยอดนิยม ซึ่งมี ลอนดอน ด้วยนะครับ 

สำหรับการจองให้ได้ราคาถูกๆ ผมแนะนำให้เลือกจองล่วงหน้าซัก 2 - 3 เดือนเป็นอย่างน้อย และจองผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น ShopBack เพื่อให้ได้เงินคืน 6 - 10% ก็จะเหมือนได้ส่วนลดเพิ่มเติมจากส่วนลดของ Booking ที่สำคัญเราสามารถใช้ควบคู่ไปกับโค้ดส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ ที่ทางบุ๊คกิ้งมีให้ด้วยครับ

เวลาเลือกโรงแรม ผมขอแนะนำให้เลือกจากระยะทางระหว่างโรงแรมกับสถานีรถไฟ เอาให้ใกล้และเดินทางได้สะดวกที่สุด สำหรับการจองโรงแรมกับเว็บบุ๊คกิ้ง เค้าจะมีดีลรายวันทุกๆ วัน ให้กดเลือกที่ “ดีลสุดคุ้มสำหรับวันนี้” วันไหนฟลุ๊คๆ ก็จะได้นอนโรงแรม 4 ดาวขึ้นไปในราคาถูกเป็นพิเศษเลยครับ ที่สำคัญผมแนะนำให้เลือกโรงแรมที่เราสามารถยกเลิกได้ฟรีด้วยครับ เนื่องจากเราจองทั้งโรงแรมและตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านาน ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นหรือเปล่า ให้กันไว้ก่อนดีกว่าเสียเงินฟรี

Shopback 5

การซื้อตั๋วชมฟุตบอล 

ปกติวิธีการซื้อตั๋วไปเชียร์บอลมีวิธีการอยู่หลายวิธีครับ แต่ผมขอแนะนำวิธีที่ชัวร์สุด คือ 2 วิธีนี้

1. สมัครเป็น Official Member ของสโมสรแล้วซื้อผ่านสโมสร ซึ่งการจะเป็นสมาชิกได้ก็ต้องเสียค่าสมาชิกรายปีให้กับสโมสรนั้นๆ ราคาจะเริ่มตั้งแต่ 1,500++ ขึ้นไป แต่สิ่งที่ได้รับมาก็คุ้มค่าเช่นกัน เช่น สิทธิในการได้ซื้อตั๋วนัดสำคัญก่อน และสิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น ค่าชมมิวเซียมราคาพิเศษ ของที่ระลึก ทัวร์สนามลดครึ่งราคา ฯลฯ เป็นต้น บางนัดสโมสรก็จะออกมาประกาศว่าขายตั๋วให้ทุกคนนะครับ แต่มักจะเป็นแมทช์ที่เตะกับทีมเล็ก หรือไม่ก็แมทช์ช่วงกลางสัปดาห์ที่คนไม่ค่อยไปชมเท่าไหร่ 

2. ซื้อ Match Hospitality ของสโมสร ซึ่งอันนี้ไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ซื้อได้ วิธีนี้เรามีสิทธิ์ได้ตั๋วแมทช์ใหญ่ๆ แน่นอน แต่ต้องยอมจ่ายเป็นแพคเกจ ซึ่งในแพคเกจก็มักจะมีตั๋วเข้าชมฟุตบอล พร้อมกับบัตรรับประทานอาหารฟรี คูปองทัวร์มิวเซียมของสโมสร คูปองร้านพาร์ทเนอร์ของสโมสร บางแพคเกจก็จองโรงแรมมาให้เลย 

3. ซื้อตั๋วปีที่มีคนเอามาแบ่งขายบน Stubhub เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะได้ตั๋วชัวร์ๆ แต่ราคาจะโดนบวกขึ้นมาหน่อย ที่แนะนำให้ซื้อทางนี้อีกทางหนึ่ง เพราะทางแพลตฟอร์มเค้ามี ส่วนลด Stubhub ออกมาเรื่อยๆ และได้เงินคืน 3% ถ้าเราซื้อผ่าน ShopBack ด้วย อีกข้อหนึ่งที่ควรซื้อผ่านแพลตฟอร์มขายตั๋วแบบนี้คือ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะโดนโกง ทาง Stubhub จะเป็นตัวกลางที่ถือเงินเราไว้ หากคนขายตุกติก เราก็จะได้รับเงินกลับคืนมาครบจำนวนครับ

ราคาตั๋วก็ขึ้นอยู่กับโซนที่นั่ง ถูกสุดเริ่มที่ประมาณ 1,500++ แพงสุดอยู่ที่ประมาณ 3,500++ และแพงมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของแมทช์ที่ไปชมด้วยครับ ถ้าเป็นทีมใหญ่ๆ มาเจอกันหรือดาร์บี้แมทช์ ค่าตั๋วก็จะแพงขึ้นอีก และตั๋วจะหายาก อย่างไรก็ตาม ผมขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพวกตั๋วผีที่โพสขายกันทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต เพราะดีไม่ดีอาจจะเจอตั๋วปลอมหรือตั๋วที่ขโมยมาแล้วเรื่องอาจจะยืดยาวบานปลายได้ครับ

การเดินทางในประเทศอังกฤษ 

ถ้าคุณเป็นแฟนแมนยูหรือแมนซิ อยากบินไปลงแมนเชสเตอร์แล้วไม่เที่ยวเมืองอื่นเลยก็สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าไปลงลอนดอนแล้วจะไปเที่ยวแมนเชสเตอร์ก็จะต้องเลือกนั่งรถไฟ บัส หรือไม่ก็เช่ารถไป (ซึ่งเช่ารถนี่ผมไม่ค่อยแนะนำ เว้นแต่ไปกันแบบครอบครัวที่มีลูกๆ ไปด้วย เพราะนอกจากจะแพงแล้วคุณยังต้องใช้เวลาในการหาที่จอดรถด้วย) 

รถไฟ: รถไฟความเร็วสูงบ้านเค้าค่าตั๋วแพงมาก แต่ยิ่งจองล่วงหน้านานๆ ก็จะยิ่งถูก แนะนำให้จองล่วงหน้าซัก 2 เดือนครับ 

บัส: ราคาถูกกว่ารถไฟมาก แต่เดินทางนานกว่ากันมากเช่นกัน อันนี้จองล่วงหน้าซัก 1 วันก็โอเคแล้ว แต่ถ้าเป็นแมตช์สำคัญ ทีมใหญ่เจอทีมใหญ่ แนะนำให้จองล่วงหน้าซัก 3 - 4 วัน 

ให้ ShopBack เป็นตัวช่วยด้านความประหยัดในการเดินทางท่องเที่ยว

ShopBack เป็นเว็บไซต์แคชแบ็กจากสิงคโปร์ที่เพิ่ง Launch ในประเทศไทยเมื่อปี 2017 และ Growth สูงมากจนกลายเป็นอันดับหนึ่งของเว็บแคชแบ็กในประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งแพลตฟอร์มของเค้าก็จะมีทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น โดยทุกครั้งที่เราเข้าไปซื้อของผ่านร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ ShopBack เราก็จะได้เงินคืนกลับมา ซึ่งร้านค้าพาร์ทเนอร์ของช้อปแบ็คก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพวก Marketplace ดังๆ อย่าง Lazada, Shopee หรือ OTA ใหญ่ๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Agoda, Expedia, Booking รวมไปถึงสายการบินชั้นนำอย่าง Qatar, Air France ฯลฯ ก็มอบส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ให้เมื่อเราซื้อผ่านช้อปแบ็คครับ

แล้ว ShopBack เอาเงินที่ไหนมาให้จ่ายเป็น Cashback ให้ลูกค้า? คือทุกครั้งที่มีลูกค้าเข้าไปซื้อของในร้านค้าพาร์ทเนอร์ ShopBack จะได้รับค่าคอมมิชชั่นมาจำนวนหนึ่ง โดยทางช้อปแบ็คก็จะแบ่งค่าคอม 80% ให้กับลูกค้า (มาในรูปแบบของ Cashback หรือเงินคืน ซึ่งส่วนใหญ่จะให้เป็น %) อีก 20% ที่เหลือ ShopBack ก็จะเก็บไว้เองเพื่อเป็นทุนในการพัฒนาแพลตฟอร์มของเค้าต่อไป

การจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม และการท่องเที่ยวนี่แหละครับเป็นหมวดที่ได้รับเงินคืนสูง และได้ทีเป็นกอบเป็นกำด้วย เช่น ช่วงที่มีเทศกาลช้อป ลูกค้าใช้ ส่วนลด Expedia และจองตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมผ่าน ShopBack เพื่อไปดูบอลที่อังกฤษ ราคาหลังลดแล้วที่ต้องจ่ายจริงเหลือเพียง 50,000 บาท โดย ShopBack ให้เงินคืนเพิ่มอีก 10% ก็แปลว่าลูกค้าจะได้เงินอีก 5,000 บาทมาฟรีๆ ถือว่าตอบโจทย์เรื่องการประหยัดงบค่าเดินทางไปได้เยอะ ลองมองไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับ

banzeanballvip.com เว็บไซด์รายงาน ผลบอลสด7mภาษาไทย แจกฟรีทีเด็ดบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ ทีเด็ดฟุตบอล ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ ทีเด็ดบอลชุด ทีเด็ดบอลสเต็ประดับVIPสุดแม่นทุกลีกทั่วโลก อ่านทรรศนะวิเคราะห์บอล วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์บอลคืนนี้ บ้านผลบอล อัพเดทตารางบอล ตารางบอลวันนี้ ตารางบอลคืนนี้ ตารางบอลพรุ่งนี้ โปรแกรมบอล โปรแกรมวันนี้ โปรแกรมฟุตบอล โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ เช็คราคาบอล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ราคาบอลพรีเมียร์ลีก ดูผลบอลเมื่อคืน ผลบอลล่าสุด ผลบอลวันนี้ ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลลาลีกาสเปน ผลบอลลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดไทยดิวิชั่น1 บอลไทยดิวิชั่น2 ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ผลบอลสดยูโรป้าลีก และผลบอลสดทั่วโลกอัพเดทแบบRealtimeตลอด24ชั่วโมง รับทีเด็ดฟุตบอลระดับVIP ชมไฮไลท์ฟุตบอล คลิปบอลล่าสุด ความคมชัดระดับHD อัพเดททันทีที่บอลแข่งจบจากทุกลีกทั่วโลก ทำให้ท่านไม่พลาดทุกช็อตสำคัญของการแข่งขัน ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสดทุกลีกทั่วโลก ติดตามตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนลีกเอิง ตารางคะแนนไทยพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนฟุตบอลทุกลีกทั่วโลกอัพเดทรวดเร็ววันต่อวัน ดูราคาบอล ราคาบอลล่าสุด ราคาบอลวันพรุ่งนี้ ราคาบอลแบบเรียลไทม์พร้อมกันจากทั่วโลก เลือกรับชมการรายงานผลบอลสดได้หลากหลายช่องทางสำรอง ทำให้ท่านมั่นใจได้100%ว่าจะไม่พลาดผลการแข่งขันฟุตบอลในทุกสนาม ทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลก จะทำให้การส่งผ่านข้อมูลของเว็บไซด์จากทั้งในและต่างประเทศมีการทำงานที่เสถียรที่สุด เร็วที่สุด ดีที่สุด ถูกต้องและแม่นยำที่สุดทุกการเชื่อมต่อ รองรับการเติบโตของเว็บไซด์ทั้งในวันนี้และในอนาคต